การให้บริการลูกค้าออนไลน์
การมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณจะช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการอีกในอนาคต วิธีที่คุณมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าถือเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์นี้ เมื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี ก็มีแนวโน้มที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อสินค้าจากคุณอีกครั้ง รวมถึงบอกต่อเกี่ยวกับธุรกิจของคุณให้ผู้อื่นรับรู้
ในหน้านี้
แนวคิดและคำศัพท์หลัก
| แนวคิด | คำนิยาม |
|---|---|
| มูลค่าตลอดชีพของลูกค้า (CLV) | รายได้ที่คาดการณ์ว่าจะได้รับจากลูกค้าตลอดช่วงเวลาที่ลูกค้ามีความสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณ CLV ที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับการบริการที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและการซื้อซ้ำ |
| การช่วยเหลือหลายช่องทาง | การให้ความช่วยเหลืออย่างราบรื่นผ่านหลายแพลตฟอร์ม เช่น ไลฟ์แชท อีเมล และโซเชียลมีเดีย |
| ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) | ข้อผูกมัดเกี่ยวกับเวลาในการตอบกลับ เช่น การจัดการข้อซักถาม 80% ให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง |
| การช่วยเหลือเชิงรุก | การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าโดยการจัดการปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น เช่น การแจ้งเตือนคำสั่งซื้อล่าช้า |
| การทำงานอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI | การใช้แชทบอทและเครื่องมือ AI เพื่อจัดการกับข้อซักถามทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีเวลาไปจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น |
| การปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลขั้นสูง | การใช้ข้อมูลลูกค้า เช่น ประวัติการซื้อและพฤติกรรมการเข้าชม เพื่อปรับเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล |
| การสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงรุก | การแจ้งเตือนลูกค้าเกี่ยวกับการเติมสินค้าเข้าสต็อก อัปเดตการส่ง หรือตะกร้าสินค้าที่ยังไม่ชำระเงิน |
| CSAT (คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า) | ตัวชี้วัดที่ใช้ในการวัดความพึงพอใจของลูกค้าผ่านแบบสำรวจและความคิดเห็นเพื่อระบุช่องว่างในการให้บริการ |
การเลือกกลยุทธ์การบริการลูกค้า
การค้นหาว่าสิ่งใดที่ทำให้ลูกค้ามีความสุขเป็นส่วนสำคัญในการบริหารร้านค้า มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือตลาดเฉพาะกลุ่มที่ร้านค้าของคุณจัดอยู่ ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณขายสินค้าทั่วไปที่มีราคาไม่แพงนัก ลูกค้าของคุณจะมีความคาดหวังด้านบริการที่แตกต่างไปจากการซื้อสินค้าราคาแพงที่ผลิตขึ้นสำหรับลูกค้าโดยเฉพาะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสอดคล้องของสินค้ากับตลาดได้จากบล็อก Shopify
เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ใด ให้ลองเรียนรู้ให้มากที่สุดว่าลูกค้าของคุณคือใคร และคาดหวังบริการประเภทใด การทำความเข้าใจความต้องการเฉพาะของลูกค้าอาจต้องใช้เวลา แต่คุณยังคงสามารถใช้กลยุทธ์การบริการลูกค้าทั่วไปเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทางออนไลน์ได้ ตัวอย่างกลยุทธ์การบริการลูกค้าที่น่าลองใช้มีดังนี้
- การระบุนโยบายการคืนสินค้าและการจัดส่งที่ชัดเจนที่คุณพร้อมจะปฏิบัติตาม
- การจัดเตรียมช่องทางที่หลากหลายให้ลูกค้าสามารถติดต่อคุณได้ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Shopify Inbox
- การเพิ่มหน้าคำถามที่พบบ่อยที่ค้นหาได้พร้อมข้อมูลสินค้าโดยใช้หน้าที่มาพร้อมกับ Shopify
- การอัปเดตลูกค้าของคุณเกี่ยวกับสินค้าใหม่โดยใช้จดหมายข่าวทางอีเมลที่ตรงเป้าหมาย
- การรวบรวมรีวิวผลิตภัณฑ์และตอบกลับความคิดเห็นของลูกค้า
- การใช้โปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าผ่านแอป Shopify
- การตอบกลับอย่างรวดเร็วและเข้าอกเข้าใจเมื่อลูกค้าประสบปัญหา
การให้ข้อมูลนโยบายร้านค้าแก่ลูกค้า
การกำหนดความคาดหวังเกี่ยวกับการจัดส่ง การคืนสินค้า และนโยบายอื่นๆ ของร้านค้าจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้น เมื่อมีนโยบายระบุไว้อย่างชัดเจน ลูกค้าก็จะสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ
คุณสามารถเพิ่มนโยบายร้านค้าของคุณได้ที่ การตั้งค่า > นโยบาย จากนั้นเพิ่มลิงก์ไปยังนโยบายร้านค้าจากเมนูร้านค้าออนไลน์ของคุณ นโยบายร้านค้าของคุณจะแสดงในลิงก์จาก Shopify Checkout ด้วย โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ใช้แบบฟอร์มที่สอดคล้องกับ GDPR สำหรับจดหมายข่าวทางอีเมลและเปิดเผยการใช้ข้อมูลอย่างชัดเจนในเอกสารนโยบายของคุณ
การจัดเตรียมหลายช่องทางให้ลูกค้าติดต่อคุณ
การเสนอช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการให้บริการลูกค้าที่เป็นเลิศ เมื่อลูกค้าสามารถติดต่อคุณผ่านวิธีที่ตนต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นแชท อีเมล หรือโซเชียลมีเดีย ก็มีแนวโน้มที่ลูกค้าจะมีส่วนร่วมกับธุรกิจของคุณมากขึ้นและรู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือตลอดเส้นทางการช้อปปิ้ง
Shopify Inbox เป็นแอปฟรีที่คุณสามารถใช้เพื่อจัดการข้อความจากลูกค้าได้ ผู้เยี่ยมชมร้านค้าออนไลน์ของคุณสามารถส่งข้อความถึงคุณได้โดยใช้แชทร้านค้าออนไลน์ คุณสามารถใช้ Shopify Inbox เพื่ออ่านและตอบกลับข้อความจากอุปกรณ์มือถือ หรือจากเว็บเบราว์เซอร์บนเดสก์ท็อปได้ พนักงานสามารถมอบหมายการสนทนาให้ตนเองหรือรับการมอบหมายการสนทนาใน Shopify Inbox เพื่อให้การจัดการการสนทนากับลูกค้าหลายรายการเป็นระเบียบอยู่เสมอ
การเพิ่มหน้าไปยังร้านค้าออนไลน์ของคุณ
หากคุณมักจะได้รับคำถามคล้ายๆ กันจากลูกค้า หรือหากคุณต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจของคุณแก่ลูกค้า คุณอาจต้องเพิ่มหน้าไปยังร้านค้าออนไลน์ของคุณ คุณสามารถเพิ่มหน้าเพื่อแชร์ทุกสิ่งที่คุณต้องการให้ลูกค้ารับรู้ได้ แต่ตัวอย่างที่พบบ่อยมีดังนี้
- คำถามที่พบบ่อย: หากคุณมักได้รับคำถามที่คล้ายกัน การเพิ่มหน้าที่ตอบคำถามเหล่านั้นจะช่วยประหยัดเวลาทั้งของคุณและของลูกค้าได้ ตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจต้องการทราบว่าผ้าที่ใช้ในสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตนหรือไม่
- เกี่ยวกับเรา: การเพิ่มหน้าเกี่ยวกับเราช่วยให้คุณมีโอกาสเน้นย้ำถึงสิ่งที่ทำให้สินค้าและธุรกิจของคุณพิเศษ อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับสินค้าของคุณมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่ขายกาแฟการค้าที่เป็นธรรมอาจเพิ่มหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟให้ลูกค้ารับทราบ
- ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของคุณ: ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าสามารถสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในการตัดสินใจซื้อได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเพิ่มหน้าที่อธิบายข้อมูลขนาดของเสื้อผ้า หรือคุณสามารถเพิ่มตารางขนาดไปยังหน้าสินค้าได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับธีมของคุณ
การส่งจดหมายข่าวทางอีเมลให้ลูกค้า
การส่งจดหมายข่าวทางอีเมลเป็นวิธีที่ดีในการแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงข่าวสารใหม่ๆ ของธุรกิจคุณ ในหลายประเทศ คุณจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากลูกค้าก่อนจึงจะส่งอีเมลให้ได้ แม้ว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าจากร้านค้าของคุณแล้วก็ตาม คุณสามารถให้ลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับอีเมลจากร้านค้าของคุณได้โดยแสดงตัวเลือกในการรับอีเมลในระหว่างการชำระเงิน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) และวิธีที่ระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับข้อมูลลูกค้าของคุณ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาของจดหมายข่าวทางอีเมลของคุณมีความเกี่ยวข้องกับลูกค้า ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะเปิดอีเมลมากขึ้นเมื่อข้อมูลภายในมีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ หากลูกค้าไม่ชอบอีเมลของคุณ พวกเขาก็อาจจะยกเลิกการสมัครรับข้อมูล คุณยังสามารถให้รางวัลแก่ผู้สมัครใช้งานจดหมายข่าวด้วยสิทธิ์เข้าถึงสินค้าก่อนใคร รหัสส่วนลด และโปรโมชันอื่นๆ ได้อีกด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตลาดผ่านอีเมลได้จากบล็อก Shopify
คุณสามารถกำหนดเป้าหมายข้อความอีเมลของคุณไปยังกลุ่มลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้า
คุณสามารถใช้แอปเพื่อสร้างและส่งจดหมายข่าวทางอีเมล รวมถึงติดตามการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับสิ่งที่ส่งไปได้ หากต้องการค้นหาแอปการตลาดผ่านอีเมล โปรดไปที่ Shopify App Store
การส่งเสริมให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับร้านค้าของคุณ
คุณสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าเขียนเกี่ยวกับสินค้าและธุรกิจของคุณได้โดยใช้รีวิวผลิตภัณฑ์ ความคิดเห็นในบล็อก และโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ลูกค้าที่พอใจในสินค้าของคุณมักจะยินดีบอกต่อเรื่องดังกล่าวในที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ลูกค้าจะเชื่อมโยงถึงกันผ่านร้านค้าออนไลน์ของคุณและสร้างชุมชนขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อร้านค้าของคุณมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณพร้อมรับมือกับรีวิวและโพสต์ในแง่ลบด้วยเช่นกัน และตัดสินใจล่วงหน้าว่าคุณวางแผนจะตอบกลับอย่างไร
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรวบรวมรีวิวผลิตภัณฑ์ การอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นในบล็อก Shopify ของคุณ หรือการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้คุณยังสามารถสร้างส่วนคำถามที่พบบ่อยได้โดยใช้หน้าเพจในตัวของ Shopify หรือแอปต่างๆ สำหรับการปรับแต่งเนื้อหาความช่วยเหลือของคุณให้เหมาะกับ SEO โปรดดูที่คู่มือภาพรวม SEO
การตั้งค่ารางวัลสำหรับลูกค้า
คุณสามารถเลือกให้รางวัลแก่ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าของคุณบ่อยครั้ง หรือผู้ที่ใช้จ่ายเกินจำนวนเงินที่กำหนด ตัวอย่างเช่น คุณอาจสร้างบัตรของขวัญสำหรับลูกค้า หรือส่งรหัสส่วนลดให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้แอปเพื่อตั้งค่ารางวัลสำหรับลูกค้าและโปรแกรมลูกค้าประจำได้
ค้นหาลูกค้าที่ตรงตามเกณฑ์การให้รางวัลของคุณโดยการสร้างเซกเมนต์ลูกค้า ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสร้างเซกเมนต์ของลูกค้าที่ใช้จ่ายเกินจำนวนที่กำหนด หรือลูกค้าที่สั่งซื้อเป็นจำนวนมากได้ หรือคุณอาจใช้ระดับการใช้จ่ายที่คาดการณ์เพื่อกำหนดเป้าหมายไปยังลูกค้าที่มีแนวโน้มจะใช้จ่ายในระดับสูง ปานกลาง หรือต่ำในร้านค้าของคุณ คุณสามารถใช้โปรไฟล์ลูกค้าเพื่อดูประวัติคำสั่งซื้อและความชื่นชอบ ซึ่งจะช่วยให้คำแนะนำและรางวัลนั้นเป็นแบบเฉพาะตัวได้ ใช้แท็กลูกค้า เช่น VIP หรือ First-Time Buyer เพื่อแบ่งกลุ่มเป้าหมายของคุณเพิ่มเติมสำหรับโปรแกรมสะสมคะแนนที่กำหนดเป้าหมาย
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซกเมนต์ลูกค้าและระดับการใช้จ่ายที่คาดการณ์ คุณสามารถใช้Shopify Flow เพื่อทริกเกอร์การติดตามผลหลังการซื้อหรือรางวัลสำหรับลูกค้าประจำได้โดยอัตโนมัติ
การช่วยเหลือลูกค้าในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับร้านค้าของคุณ
ในบางครั้ง แม้ว่าคุณจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ลูกค้าก็อาจไม่พอใจในสินค้าหรือบริการของคุณ เมื่อคำสั่งซื้อมาถึงไม่ตรงเวลา สินค้าเสียหายระหว่างการจัดส่ง หรือลูกค้าไม่พอใจในสินค้าของคุณ ถือเป็นโอกาสที่คุณจะได้ช่วยเหลือลูกค้าแก้ไขปัญหา หากคุณสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและด้วยความเห็นอกเห็นใจ คุณก็จะสามารถเปลี่ยนประสบการณ์ที่ไม่ดีกับร้านค้าให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดี และกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้ากับคุณอีกครั้งได้
การบอกลูกค้าว่าคุณขอโทษสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นและแสดงความเห็นอกเห็นใจมักจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ หากปัญหาเกิดขึ้นจากสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ เช่น เมื่อสินค้าได้รับความเสียหายระหว่างการจัดส่ง คุณก็ยังสามารถแสดงความเห็นใจต่อสถานการณ์ดังกล่าวได้
เมื่อลูกค้าติดต่อคุณเกี่ยวกับปัญหา มีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อพยายามหาทางแก้ไข ดังนี้
- เมื่อปัญหามีวิธีแก้ไขที่ไม่ซับซ้อน เช่น คำขอคืนเงินที่ตรงตามเงื่อนไขนโยบายร้านค้าของคุณ คุณก็สามารถเสนอวิธีแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
- เมื่อปัญหาของลูกค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น คุณสามารถพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาและรับฟังสิ่งที่พวกเขาบอกเกี่ยวกับวิธีที่คุณจะช่วยพวกเขาแก้ไขปัญหาได้ ในบางกรณี คุณอาจเสนอวิธีแก้ไขตามที่ลูกค้าร้องขอก็ได้
- เมื่อปัญหาของลูกค้าไม่มีวิธีแก้ไขที่ชัดเจนหรือไม่มีสิ่งใดที่คุณสามารถทำได้เพื่อแก้ไขโดยตรง คุณก็ยังสามารถขอโทษสำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ คุณอาจเสนออะไรบางอย่างให้แก่ลูกค้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจในประสบการณ์การซื้อของพวกเขา เช่น บัตรของขวัญ รหัสส่วนลด หรือการจัดส่งฟรี
- ลูกค้าบางรายอาจพอใจที่จะได้พูดคุยกับคุณโดยตรงเกี่ยวกับปัญหาเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นกับลูกค้ารายอื่น ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าแจ้งให้คุณทราบว่าผู้ให้บริการจัดส่งเป็นสาเหตุของปัญหา คุณก็สามารถพิจารณาเปลี่ยนการตั้งค่าการจัดส่งของร้านค้าเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาที่คล้ายกันในอนาคตได้
การได้ยินว่ามีปัญหากับประสบการณ์ของลูกค้าอาจทำให้ท้อใจ แต่ก็คุ้มค่าที่จะพยายามแก้ไข บางครั้งวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องก็ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายนั้น และบางครั้งวิธีแก้ปัญหาก็ช่วยป้องกันไม่ให้ลูกค้ารายอื่นประสบปัญหาในอนาคต การช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหายังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการป้องกันการปฏิเสธการชำระเงิน
ตัวอย่างวิธีแก้ไขปัญหาสำหรับสถานการณ์ด้านบริการลูกค้า
การบริหารร้านค้าออนไลน์มาพร้อมกับความท้าทายด้านบริการลูกค้าที่หลากหลายซึ่งต้องใช้วิธีแก้ไขที่รอบคอบ โปรดดูสถานการณ์ทั่วไปดังต่อไปนี้ที่คุณอาจพบเจอและแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือโดยใช้ฟีเจอร์ในตัวและแนวทางปฏิบัติที่แนะนำของ Shopify
การจัดการคำขอความช่วยเหลือจำนวนมาก
เมื่อร้านค้าของคุณมีคำถามจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณสามารถใช้Shopify Inbox เพื่อตั้งค่าการตอบกลับอัตโนมัติสำหรับคำถามทั่วไป เช่น สถานะคำสั่งซื้อ และอัปเดตสถานะการจัดส่งได้ Shopify Inbox ช่วยให้คุณกำหนดค่าการตอบกลับอัตโนมัติเพื่อให้คำตอบแบบด่วนได้ในขณะที่ยังคงให้บริการแบบเฉพาะตัว นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้Shopify Flow เพื่อสร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติที่จัดการกับการสื่อสารกับลูกค้าเป็นประจำได้
การปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินการคืนสินค้า
ทำให้การคืนสินค้าเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากโดยการใช้ระบบการจัดการการคืนสินค้าผ่านShopify App Store แอปเหล่านี้สามารถสร้างใบจ่าหน้าสำหรับการส่งคืนสินค้าและดำเนินการคืนเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ ตั้งค่านโยบายการคืนสินค้าในการตั้งค่าร้านค้าของคุณเพื่อสื่อสารขั้นตอนของคุณให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจน
การจัดการกับความคิดเห็นเชิงลบ
เมื่อลูกค้าแสดงความคิดเห็นเชิงลบ โปรดตอบกลับอย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ แอปรีวิวผลิตภัณฑ์บางแอปอาจให้คุณตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับรีวิวเชิงลบเพื่อปรับปรุงเวลาในการตอบกลับของคุณได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคุณต่อความพึงพอใจของลูกค้าโดยการรับทราบข้อกังวล เสนอวิธีแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เช่น การเปลี่ยนสินค้าหรือเครดิตร้านค้า และติดตามผลเพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว ใช้บันทึกย่อของลูกค้าเพื่อติดตามการโต้ตอบและรับประกันการติดตามผลที่สม่ำเสมอ
แนวโน้มในด้านบริการลูกค้า
ภาพรวมของบริการลูกค้ากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ คุณสามารถใช้เครื่องมือและการผสานการทำงานในตัวเพื่อช่วยให้คุณสามารถแข่งขันในตลาดได้ ลูกค้าคาดหวังการตอบกลับที่รวดเร็ว บริการที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และการสื่อสารที่ราบรื่นในหลายช่องทาง หากต้องการตอบสนองความคาดหวังเหล่านี้ คุณสามารถใช้ประโยชน์จากการทำงานอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และเครื่องมือสื่อสารแบบบูรณาการต่อไปนี้
- แชทบอทและเครื่องมือ AI ใน Shopify App Store สามารถตอบกลับคำถามทั่วไปของลูกค้า ติดตามคำสั่งซื้อ และคำขอข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้าได้โดยอัตโนมัติ
- เครื่องมือข้อมูลลูกค้าของ Shopify ช่วยให้คุณดูประวัติการซื้อ พฤติกรรมการเข้าชม และโปรไฟล์ลูกค้าได้ ข้อมูลนี้สามารถนำไปใช้สำหรับการแนะนำสินค้า การสื่อสารผ่านอีเมล และโปรโมชัน
- Shopify มี ระบบการแจ้งเตือน ที่ส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติเกี่ยวกับ