การปรับแต่งการชำระเงินที่พบบ่อยโดยใช้ Checkout Blocks

คุณสามารถปรับแต่งการชำระเงินของคุณได้หลายวิธีโดยใช้ Checkout Blocks หน้านี้มีคำแนะนำฉบับย่อสำหรับการปรับแต่งการชำระเงินที่พบบ่อยโดยใช้ Checkout Blocks

สร้างส่วนลดค่าจัดส่งตามระดับสำหรับมูลค่าตะกร้าสินค้าที่ระบุ

หากคุณต้องการสร้างส่วนลดค่าจัดส่งตามระดับ เช่น ส่วนลด 50% สำหรับค่าจัดส่งของคำสั่งซื้อที่มียอดเกิน $50 และการจัดส่งฟรีสำหรับคำสั่งซื้อที่มียอดเกิน $100 คุณก็สามารถสร้างส่วนลดค่าจัดส่งอัตโนมัติหลายรายการโดยอิงตามกฎยอดรวมของตะกร้าสินค้าได้ ส่วนลดค่าจัดส่งที่มีมูลค่าสูงสุดจะถูกนำไปใช้กับการชำระเงินที่ตรงตามเกณฑ์สำหรับส่วนลดหลายรายการ

ขั้นตอน

  1. จากส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ ให้ไปที่ แอป > Checkout Blocks

  2. คลิกส่วนลด > เพิ่มส่วนลด > จำนวนเงินที่ลดสำหรับค่าจัดส่ง

  3. ในส่วนจำนวนเงินที่ลดสำหรับค่าจัดส่ง ให้เลือกส่วนลดอัตโนมัติ จากนั้นเพิ่มข้อความส่วนลดของคุณ (เช่น ส่วนลด 50% สำหรับค่าจัดส่งของคำสั่งซื้อที่มียอด $50+)

  4. ในส่วนการกำหนดค่าส่วนลด ให้สร้างชุดกฎส่วนลดที่กำหนดเองของคุณ

    1. ในเมนูดรอปดาวน์มูลค่าส่วนลด ให้เลือกเปอร์เซ็นต์ จากนั้นเพิ่ม 50%
    2. ในส่วน กฎของส่วนลด ให้กำหนดค่าชุดกฎของคุณ
      1. คลิก ⊕ เพิ่มกฎ
      2. กำหนดค่ากฎของคุณให้เป็น ยอดรวมของตะกร้าสินค้า > มากกว่าหรือเท่ากับ > 50.00
  5. ตัวเลือกเสริม: คุณสามารถกำหนดค่าตัวเลือกดังต่อไปนี้ได้

    • ตัวเลือกการจัดส่ง เพื่อระบุว่าต้องการใช้ส่วนลดกับตัวเลือกการจัดส่งใด เมื่อเลือกตัวเลือกที่ระบุ คุณสามารถเลือกใช้ส่วนลดตามชื่อ ราคา หรือประเภทการจัดส่งได้
    • การใช้ร่วมกัน เพื่ออนุญาตให้ลูกค้านำรหัสส่วนลดไปใช้ร่วมกับส่วนลดสินค้าหรือส่วนลดสำหรับคำสั่งซื้อ
    • วันที่ใช้งาน เพื่อระบุว่าส่วนลดจะเริ่มเมื่อใดและจะหมดอายุหรือไม่
  6. ในส่วนสรุป ให้ตรวจสอบรายละเอียดส่วนลดของคุณเพื่อยืนยันว่าได้ตั้งค่าไว้อย่างถูกต้อง

  7. คลิกบันทึก

  8. จากส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ ให้กลับไปที่ แอป > Checkout Blocks

  9. คลิกส่วนลด > เพิ่มส่วนลด > จำนวนเงินที่ลดสำหรับค่าจัดส่ง

  10. ในส่วนจำนวนเงินที่ลดสำหรับค่าจัดส่ง ให้เลือกส่วนลดอัตโนมัติ จากนั้นเพิ่มข้อความส่วนลดของคุณ (เช่น การจัดส่งฟรีสำหรับคำสั่งซื้อที่มียอด $100+)

  11. ในส่วนการกำหนดค่าส่วนลด ให้สร้างชุดกฎส่วนลดที่กำหนดเองของคุณ

    1. ในเมนูดรอปดาวน์มูลค่าส่วนลด ให้เลือกการจัดส่งฟรี
    2. ในส่วน กฎของส่วนลด ให้กำหนดค่าชุดกฎของคุณ
      1. คลิก ⊕ เพิ่มกฎ
      2. กำหนดค่ากฎของคุณให้เป็น ยอดรวมของตะกร้าสินค้า > มากกว่าหรือเท่ากับ > 100.00
  12. ตัวเลือกเสริม: คุณสามารถกำหนดค่าตัวเลือกดังต่อไปนี้ได้

    • ตัวเลือกการจัดส่ง เพื่อระบุว่าต้องการใช้ส่วนลดกับตัวเลือกการจัดส่งใด เมื่อเลือกตัวเลือกที่ระบุ คุณสามารถเลือกใช้ส่วนลดตามชื่อ ราคา หรือประเภทการจัดส่งได้
    • การใช้ร่วมกัน เพื่ออนุญาตให้ลูกค้านำรหัสส่วนลดไปใช้ร่วมกับส่วนลดสินค้าหรือส่วนลดสำหรับคำสั่งซื้อ
    • วันที่ใช้งาน เพื่อระบุว่าส่วนลดจะเริ่มเมื่อใดและจะหมดอายุหรือไม่
  13. ในส่วนสรุป ให้ตรวจสอบรายละเอียดส่วนลดของคุณเพื่อยืนยันว่าได้ตั้งค่าไว้อย่างถูกต้อง

  14. คลิกบันทึก

เปลี่ยนข้อความ 'OR' ที่อยู่ใต้วิธีการชำระเงินแบบเร่งด่วน

คุณสามารถย้ายบล็อกไอคอนการจัดส่งและการชำระเงินไปแสดงอยู่ใต้เส้นแบ่ง ---- OR ---- ซึ่งอยู่ใต้ตัวเลือกการชำระเงินแบบเร่งด่วน จากนั้นเปลี่ยนข้อความ 'OR' เป็นข้อความที่กำหนดเองตามที่คุณต้องการ เช่น ประเภทการชำระเงินที่ยอมรับ หรือ ผู้ให้บริการจัดส่งที่รองรับ

รูปภาพของปุ่มการชำระเงินแบบเร่งด่วนและไอคอนการชำระเงินเพิ่มเติมในหน้าการชำระเงิน โดยมีการไฮไลต์เส้นแบ่ง 'OR'

ขั้นตอน

  1. สร้างและกำหนดค่าบล็อกไอคอนการจัดส่งและการชำระเงินในเครื่องมือแก้ไขการชำระเงินและบัญชีผู้ใช้
  2. ลากและปล่อยบล็อกไอคอนการจัดส่งและการชำระเงินไปแสดงใต้ส่วนวอลเล็ต
  3. ในส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ ให้ไปที่ ร้านค้าออนไลน์ > ธีม
  4. ในธีมที่ใช้อยู่ ให้คลิก ... > แก้ไขเนื้อหาธีมเริ่มต้น
  5. ใช้แถบค้นหาเพื่อค้นหาคำว่า alternative
  6. ในแบนเนอร์วิธีการชำระเงินอื่นของหน้าการชำระเงิน ให้เปลี่ยนฟิลด์ Or เพื่อใส่ข้อความที่กำหนดเองของคุณ
  7. คลิกบันทึก

แสดงข้อความใต้วิธีจัดส่งที่ระบุ

คุณสามารถใช้บล็อกเนื้อหาแบบไดนามิกเพื่อแสดงข้อความใต้วิธีจัดส่งที่ระบุระหว่างการชำระเงินได้

ตัวอย่างเช่น หากคุณเสนออัตราค่าจัดส่ง Standard, Express และ International Express คุณอาจต้องการแสดงข้อความสั้นๆ ใต้ตัวเลือกการจัดส่ง International เพื่อชี้แจงว่าค่าธรรมเนียมศุลกากรและอากรไม่ได้รวมอยู่ในราคาค่าจัดส่งที่แสดง

ขั้นตอน

  1. จากส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ ให้ไปที่ แอป > Checkout Blocks

  2. คลิกบล็อก จากนั้นคลิกสร้างบล็อก

  3. คลิกเนื้อหาแบบไดนามิก

  4. ในส่วนชื่อบล็อก ให้พิมพ์ชื่อสำหรับบล็อก ชื่อนี้จะไม่แสดงให้ลูกค้าของคุณเห็น

  5. ในส่วน ID บล็อก ให้ตั้งค่า ID เป็นไดนามิก หรือใช้หมายเลข ID ที่ระบุ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับID บล็อก

  6. ในส่วนกฎการแสดงผล ให้กำหนดค่ากฎการแสดงผลของบล็อกของคุณให้แสดงผลเฉพาะเมื่อมีวิธีจัดส่งที่ระบุรวมอยู่ด้วย ในตัวอย่างนี้ กฎจะได้รับการกำหนดค่าให้แสดงอยู่ใต้ International Express ดังนี้

    1. คลิก ⊕ เพิ่มกฎการแสดงผล
    2. ในกล่องโต้ตอบเลือกกฎ ให้เลือกชื่อวิธีจัดส่ง
    3. กำหนดค่ากฎเป็น มี > International
  7. ในส่วน เนื้อหา ให้เพิ่มและปรับแต่งเนื้อหาของบล็อกของคุณ

    1. ในส่วนรายการเนื้อหา ให้คลิก ⊕ เพิ่มรายการเนื้อหา จากนั้นเลือกข้อความ
    2. ในกล่องโต้ตอบรายการเนื้อหา ให้เพิ่มข้อความสั้นๆ ของคุณ เช่น อาจมีอากรและภาษีศุลกากรเพิ่มเติม จากนั้นคลิกเสร็จสิ้น
  8. ตัวเลือก: ในส่วนการเผยแพร่ ให้คลิกไอคอนดินสอเพื่อเลือกตลาดและหน้าการชำระเงินที่คุณต้องการให้บล็อกแสดง

  9. คลิกบันทึก จากนั้นตั้งค่าสถานะบล็อกเป็นเปิดใช้งาน

  10. ในเครื่องมือแก้ไขการชำระเงินและบัญชีผู้ใช้ ให้เพิ่มบล็อกแบบไดนามิกไปยังส่วนอัตราค่าจัดส่งของการชำระเงิน

  11. คลิกบันทึก

การใส่ฟิลด์ที่กำหนดเองลงในบันทึกการจัดส่งของคำสั่งซื้อ

Checkout Blocks ช่วยให้ร้านค้าของคุณสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้โดยใช้บล็อกฟิลด์ที่กำหนดเอง และบันทึกข้อมูลดังกล่าวไปยังเมตาฟิลด์ของคำสั่งซื้อ

ขั้นตอน

  1. ใน Checkout Blocks ให้สร้างและกำหนดค่าบล็อกฟิลด์ที่กำหนดเอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบล็อกได้รับการกำหนดค่าให้บันทึกเป็นเมตาฟิลด์ของคำสั่งซื้อ
  2. ในส่วนผู้ดูแล Shopify ของคุณ ให้ไปที่การตั้งค่า > การจัดส่งและนำส่ง
  3. ในส่วน เอกสาร ให้คลิก เทมเพลตใบจัดส่งสินค้า
  4. ในตำแหน่งที่ตั้งภายในเทมเพลตที่คุณต้องการให้แสดงค่าฟิลด์ที่กำหนดเอง ให้เพิ่มโค้ดบรรทัดต่อไปนี้ โดยแทนที่ key ด้วยคีย์ของฟิลด์ที่กำหนดเองของคุณ
{{ order.metafields.checkoutblocks.key }}
  1. ตัวเลือก: หากคุณต้องการแสดงค่าฟิลด์ที่กำหนดเองตามเงื่อนไข คุณสามารถครอบเนื้อหาด้วยคำสั่ง if/else ของ Liquid ตามเงื่อนไขที่คุณต้องการได้
  2. คลิกบันทึก

คุณสามารถใช้ค่าคีย์ของฟิลด์ที่กำหนดเองหลายค่าในเทมเพลตบันทึกการจัดส่งได้ ตัวอย่างเช่น โค้ดต่อไปนี้จะแสดงหมายเลขคำสั่งซื้อของคำสั่งซื้อ (เมตาฟิลด์ที่ใช้ po เป็นคีย์) ก็ต่อเมื่อลูกค้าได้ยอมรับข้อกำหนดของคำสั่งซื้อแล้วเท่านั้น (เมตาฟิลด์ที่ใช้ agree_to_terms เป็นคีย์)

{% if order.metafields.checkoutblocks.agree_to_terms %}
    PO #{{ order.metafields.checkoutblocks.po }}
{% endif %}

การเพิ่มฟิลด์ที่กำหนดเองจากคำสั่งซื้อไปยังโปรไฟล์ลูกค้า

คุณสามารถซิงค์ข้อมูลคำสั่งซื้อที่เก็บรวบรวมผ่านบล็อกฟิลด์ที่กำหนดเองได้โดยใช้ประโยชน์จากแอป Shopify Flow

คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่าง .flow เพื่อเพิ่มค่าเมตาฟิลด์ birth_date ไปยังโปรไฟล์ลูกค้าได้ โปรดปรับแต่งค่าของเทมเพลตนี้เพื่อให้ตรงกับคีย์ของฟิลด์ที่กำหนดเองที่คุณต้องการเพิ่ม

ขั้นตอน

  1. ใน Checkout Blocks ให้สร้างและกำหนดค่าบล็อกฟิลด์ที่กำหนดเอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบล็อกได้รับการกำหนดค่าให้บันทึกเป็นเมตาฟิลด์ของคำสั่งซื้อ
  2. ใน Shopify Flowให้ตั้งค่าเวิร์กโฟลว์ที่กำหนดเองให้ทำงานเมื่อมีการสั่งซื้อ
    1. คลิกสร้างเวิร์กโฟลว์ > เลือกทริกเกอร์
    2. เลือก Shopify > สร้างคำสั่งซื้อแล้ว
    3. บนทริกเกอร์ ให้คลิก จากนั้น ⊕ > เงื่อนไข
    4. คลิกเพิ่มตัวแปร จากนั้นเลือกคำสั่งซื้อ > เมตาฟิลด์ > คีย์
    5. ในฟิลด์คีย์ ให้เพิ่มคีย์สำหรับฟิลด์ที่กำหนดเองที่คุณต้องการเพิ่มไปยังโปรไฟล์ลูกค้า เช่น birth_date
    6. บนเงื่อนไข ให้คลิก จากนั้น ⊕ > การดำเนินการ
    7. คลิก Shopify > อัปเดตเมตาฟิลด์ของลูกค้า
  3. ในส่วน อัปเดตเมตาฟิลด์ของลูกค้า ในส่วน ให้ป้อนข้อมูลต่อไปนี้
    1. เนมสเปซของเมตาฟิลด์: เมตาฟิลด์ที่คุณต้องการเพิ่ม เช่น personal_info
    2. คีย์: คีย์เมตาฟิลด์ เช่น dob
    3. ประเภท: ประเภทของค่าที่คุณต้องการใส่ เช่น วันที่
    4. ค่า:
{% assign dob_key = "birth_date" %}
{% for metafields_item in order.metafields %}
{% if metafields_item.key == dob_key %}
    {{metafields_item.value}}
{% endif %}
{% endfor %}

เมื่อเวิร์กโฟลว์ของคุณเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้คลิกเปิดใช้เวิร์กโฟลว์เพื่อเปิดใช้งาน